http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ปลาปักเป้า ขีดสุดของวิวัฒนาการ

godaddy web statistics

นานา สาระน่ารู้

ปลาปักเป้า ขีดสุดของวิวัฒนาการ

ปลาปักเป้า
Pic ; www.fishtanksandponds.co.uk

สำหรับนักเลี้ยงปลาสวยงาม หากบอกว่าเรามาเลี้ยงปักเป้ากันดีกว่าผมคิดว่าหลายคนคงส่ายหัวไม่เอาด้วยเพราะกิติศัพท์ที่เลื่องลือมาแต่สมัยโบราณว่าปลาชนิดนี้มีความดุร้ายและมีฟันที่ แหลมคมและจะกัดใครก็ตามที่บังอาจลงเล่นน้ำในแหล่งหากินของมันแต่บางคนก็อาจจะ บอกว่าดีสิอยากเลี้ยงมากเลยชอบๆๆมันแปลกดี ก็ตามใจแต่ละท่านแล้วกัน ผมเองก็เคยบทความเรื่องปลาปักเป้าไว้บ้างเมื่อช่วงปลายปี 55 ซึ่งก็ได้รับความสนใจ และมีคนสอบถามผมเข้ามาเรื่องปลาปักเป้ามากพอสมควรดังนั้นผมจึงคิดว่าผมอยากจะเขียนเรื่องปลาปักเป้าอีกสักครั้งโดยจะพยามหาข้อมูลมาให้มากขึ้นซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่เพราะประเทศไทย  ไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องปลาชนิดนี้มากนัก

ส่วนบทความคราวนี้ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียดของปลาปักเป้าสวยงามแต่จะเน้นเรื่องการทำความรู้จักกับเจ้าปลาชนิดนี้

ปลาปักเป้าเป็นปลาที่น่าสนใจมากแต่การศึกษาพวกมันก็ยังไม่กว้างขวางมากนักและผมก็อยากจะพูดว่าพวกมันมีพัฒนาการจนถึงขีดสุดชนิดหนึ่งของปลาที่มีบนโลกนี้ด้วยผิวหนังที่ปราศจากเกล็ดแข็งแต่กลับซุกซ่อนพิษร้ายกาจไว้แทนที่และกลยุทธ์อันน่าทึ่งในการป้อง กันตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากปลาชนิดอื่นอย่างสิ้นเชิงและนี่ล่ะรับที่ทำให้เราต้องมาทำความรู้จักปลาปักเป้ากัน

ปลาปักเป้ามีมากมายหลายชนิดพบเห็นกันได้ทั่วโลกโดยที่มีการค้นพบและแยกชนิดสายพันธุ์เอาไว้ทั้งหมด2วงศ์ คือ Tetraodontidae และ Diodontidae ซึ่งทั้ง2วงศ์นี้จะแบ่งแยกกันโดยวิธีการดูที่ลักษณะของฟันโดยฟันนั้นหากแบ่งออกเป็นสี่ส่วนจะจัดอยู่ในวงศ์ Tetraodontidae หากฟันแบ่งเป็นสองส่วนจะอยู่ในวงศ์ Diodontidae (ดูจากภาพประกอบ)

ลักษณะฟันของปลาปักเป้า

ส่วนปักเป้าอีกประเภทหนึ่งตอนนี้เท่าที่ผมหาข้อมูลมานั่นคือ Triodontidae ซึ่งปลาปักเป้าประเภทนี้บางครั้งจะเรียกกันว่าปลาปักเป้าแบนข้างและมีรูปร่างที่โดดเด่นด้วยพนังท้องขนาดใหญ่กว่าร่างกายของตัวมันเอง(ดูภาพประกอบ)

images by free.in.th

**Pic : Wiki**

เมื่อมันพองตัวในน้ำทะเลเวลาถูกคุกคามผิวหนังที่มีลายจุดสีเข้มคล้ายตาเวลาพองตัว ปลาบักเป้าประเภทนี้ยังคงถูกจัดอยู่ในวงศ์ Trtaodontidaeนั่นหมายความว่ามันไม่ใช่อีกวงศ์หนึ่งที่แยกออกมา **ในส่วนนี้ยังมีความสับสนในข้อมูลอยู่บ้างเพราะบางแหล่งข้อมูลที่ผมเข้าไปค้นหาก็จะแยก Triodontidae ออกมาเป็นอีกวงศ์หนึ่ง ซึ่งคำว่า Tri ก็หมายถึงกลุ่มที่มีฟันสามส่วน **

ลักษณะฟันของ Triodontidae

**Pic : Wiki**

ลักษณะฟันของ Triodontidae ที่บางครั้งก็เรียกกันว่า ฟันสามส่วน

สำหรับปลาปักเป้าที่มีการค้นพบนั้นมีทั้งขนาดเล็กเพียง 10เซนติเมตร จนถึงขนาดมหึมาที่มีความยาวมากว่าหนึ่งเมตรเลยทีเดียว

ปลาปักเป้าที่พบในประเทศไทยมีทั้งในทะเลและในแหล่งน้ำกร่อยและน้ำจืดของประเทศ โดยปลาที่พบในทะเลค้นพบในประเทศไทยตามความคุ้นเคยของคนไทยกับปลาปักเป้าในวงศ์ Tetraodontidae ซึ่งจะหมายความถึง Puffer fish ซึ่งจะมีอยู่สองสกุลหลักๆคือ สกุล Arothron และสกุล Canthigaste ซึ่งปลาในวงศ์นี้จะมีอยู่ราว 120 ชนิด ทั่วโลก โดยพบในประเทศไทยทั้งหมก 31ชนิด โดยมีอีกสองชนิดที่ยังไม่สามารถระบุบได้ ส่วนปลาปักเป้าน้ำจืดและน้ำกร่อยของไทยมีทั้งหมด 14ชนิด


ปลาปักเป้าที่ในน้ำทะเลในประเทศ ที่พบทั้ง31ชนิด

Canthigasteer margaritatus
Canthigaster rivulata
Canthigaster solandri
Xenopter naritus
Lagocephalus sceleratus
Lagocephalus inermis
Lagocephalus lunaris
Lagocephalus spadiceus
Amblyrhynchoter honckenii
Amblyrhynchoter hypselogenion
Fugu oblongus
Fugu vermicularis
Chelonodon patoca
Chelodon fluviatilis
Chelodon dumerili
Arothron immaculatus
Arothron nigropunctatus
Arothron stellatus
Arothron aerostaticus
Arothron reticutaris
Arothron hispidus
Tetraodon fluviatilis
Tetraodon nigroviridis
Tetraodon borneensis
Tetraodon hispidus
Tetraodon immaculatus
Tetraodon leopardus
Tetraodon mappa
Sphoeroides oblongus
Sphoeroides scleratus
Sphoeroides spadiceus
ปลาปักเป้า

สำหรับปลาปักเป้าน้ำจืดและน้ำกร่อยนั้นพบในประเทศไทยทั้งหมด 14 ชนิด ได้แก่

ปลาปักเป้า ชนิดของปลาปักเป้าน้ำกร่อยที่พบในไทย

ปลาปักเป้าทอง (Auriglobus modestus)
ปลาปักเป้าสมพงษ์ (Carinotetraodon lorteti)
ปลาปักเป้าตุ๊กแก (Chelonodon patoca)
ปลาปักเป้าซีลอน (Tetraodon biocellatus)
ปลาปักเป้าเขียว (Tetraodon fluviatilis)
ปลาปักเป้าจุดดำ (Tetraodon nigroviridris)

ชนิดปลาปักเป้าน้ำจืดที่พบในประเทศไทย

ปลาปักเป้าทองแม่น้ำโขง (Auriglobus nefastus)
ปลาปักเป้าจุดส้ม (Tetraodon abei)
ปลาปักเป้าขน (Tetraodon baileyi)
ปลาปักเป้าปากขวด (Tetraodon cambodgensis)
ปลาปักเป้าดำ (Tetraodon cochinchinensis)
ปลาปักเป้าหางวงเดือน (Tetraodon cutcutia)
ปลาปักเป้าท้องตาข่าย (Tetraodon palembangensis)
ปลาปักเป้าควาย (Tetraodon suvatti)

ปลาปักเป้าไทยเริ่มมีการศึกษาอย่างจริงจังในช่วงปี พ.ศ. 2426 โดย H.E. Sauvago   จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยและมีการค้นพบปลาปักเป้าน้ำจืด2ชนิดหลังจากนั้นก็มีการศึกษาเรื่องปลาปักเป้าในประเทศไทยทั้งในน้ำจืดและในทะเลแต่ก็ยังไม่มายละเอียดมากนักและยังไม่มีการศึกษาปลากลุ่มนี้โดยเฉพาะจนเวลาผ่านมาอีกร่วมร้อยปีในคือในปี 2525 คุณประภาภร ขำเชิดชูไชย นักศึกษาคณะภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องปลาปักเป้าในเมืองไทยโดยได้ใช้เวลาศึกษาอย่างจริงจังจนถึงปี พ.ศ.2528 ทำให้มีการค้นพบปลาปักเป้าในน่านน้ำไทยทั้งหมด 11 สกุล 33 ชนิดและในจำนวนนี้มี 6ชนิดที่ไม่เคยมีรายงานการค้นพบในประเทศไทยมาก่อนและนั่นคือจุดเริ่มต้นของการศึกษาปลาปักเป้าในประเทศไทยโดยคนไทย

images by free.in.th ปลาปักเป้าทุกชนิดมีพิษที่เรียกว่า Tetraodontoxin มีสูตรเคมี คือ C11H17O8N3
มีน้ำหนักโมเลกุล 319.3 ค่าความเป็นพิษ LD50 i.p.in mice 8-10 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1กิโลกรัมซึ่งผลิตมาจากตับมีความร้ายแรงที่จะสามารถฆ่าคนได้ ดังนั้นการจะบริโภคปลาปักเป้านั้นจึงต้องอาศัยพ่อครัวที่ชำนาญในปรุงเนื้อปลาปักเป้าโดยเฉพาะและจากการศึกษาในปัจจุบันมีการค้นพบว่าปลาปักเป้านั้นสามารถปล่อยพิษซึมผ่านผิวหนังออกมาสู่น้ำรอบๆตัวได้เพื่อทำให้ศัตรูกลัวและหลบหนีไปดังนั้นการเลี้ยงปลาปักเป้าเป็นสวยงามโดยเฉพาะปลาปักเป้าน้ำทะเลจึงมักนิยมเลี้ยงเดี่ยวมากกว่า

ชนิดของปลาปักเป้าอัตราการตาย วัดจากคนที่กินแล้วเกิดอาการมีประมาณ 60% และขนาดพิษจากปลาปักเป้าที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิต (human lethai dose)เพียงแค่ 2มิลลิกรัม ก็สามารถทำให้คนเราตายได้ ปลาปักเป้าทะเลมีพิษมากที่สุดในส่วนของไข่ ตับ ลำไส้ หนัง ส่วนที่เป็นเนื้อปลาจะมีพิษน้อยมากหรือไม่มีเลยพิษของปักเป้าจะมากในช่วงฤดูปลาวางไข่

ส่วนปลาปักเป้าน้ำจืดปลาแต่ละตัวจะมีพิษแตกต่างกันมากพิษจะมีมากที่สุดในหนังปลา รองลงมาเป็นไข่ปลา,เนื้อปลา,ตับและลำไส้ตามลำดับปลาปักเป้าน้ำจืดที่เพื่อนๆชาว      อิสาน บริโภคเป็นประจำ คือ Tetraodon fangi และ Tetraodon palembangensis    ชนิดหลังนี้ลักษณะตามลำตัวจะเห็นเป็นลายเส้นสีดำคล้ายตาข่ายอยู่ทั่วลำตัวและหัว พิษ tetrodotoxin มีความคงทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดีขนาดความร้อนที่อุณหภูมิ 170องศาเซลเซียส ต้มนาน10นาทีพิษก็ยังคงสภาพดีอยู่เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าแม้นเราจะปรุงจนสุกพิษมันก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมสลายไปไหนนั่นเอง

ดังนั้นหากถามว่าจะป้องกันอย่างไรไม่ให้โดนพิษของปลาปักเป้าคำตอบง่ายที่สุดคืออย่าไปยุ่งอย่าไปรับประทานมันแต่ถ้าคุณชอบ คุณเป็นนักบริโภคมันก็ต้องเสี่ยงเอาครับ และหากคุณเสี่ยงแล้วโดนพิษจากปักเป้าก็มีคำตอบในการรักษาคือในปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษจากปลาปักเป้าการแก้พิษจึงเป็นการรักษาไปตามอาการของผู้ที่โดนพิษนั้นสำหรับพิษจากปลาปัเป้าร่างกายจะขับออกมา ทางปัสสาวะดังนั้นแพทย์จึงนิยมให้ยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยให้พิษถูกขจัดเร็วขึ้นส่วนยาประเภทสเตียลอยต์นั้นจะใช้ในการลดอาการสมองปวดจากพิษ

ต่อไปผมจะพยามค้นหาข้อมูลปลาปักเป้ามาเขียนกันอีกครั้งสำหรับบทความในคราวนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนมากนักไว้มีโอกาสผมจะหาข้อมูลมาเพิ่มเติมกันอีกในครั้งต่อๆไป

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

www.Thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

**คลิกเพื่ออ่านบทความนานาสาระ**

Tags : ปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท01/05/2018
ผู้เข้าชม4,263,642
เปิดเพจ5,730,826
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view