http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




เรื่องเล่าเครฟิช

กุ้งเครฟิช

สวัสดีครับชาวไทยแฟนซีฟิชทุกๆท่าน ต้องขอโทษจริงๆที่หางหายไปหลายเดือนช่วงนี้ยุ่งๆเรื่อง วิ่งหาที่เรียนให้ลูกชายอยู่ครับ เอาล่ะเข้าเรื่องวันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ของผม ขอย้ำว่าเป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ผมเท่านั้นจะผิดจะถูกอันนี้ต้องไปทดลองศึกษาต่อยอดกันดู ผมเองก็ถือว่าเคยอยู่ในวงในการนำเข้าเครฟิชจากต่างประเทศอยู่บ้าง และก็พอจะมีเพื่อนต่างชาติที่ คุยกันแบบงูๆปลาๆ แต่ก็เข้าใจกันต้องขอบคุณพี่ๆน้องๆและเพื่อนต่างชาติที่ให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนกันครับ....

เรื่องที่จะมาเล่าวันนี้เกี่ยวกับเครฟิชจากประเทศ อินโดนิเซียที่เราเรียกติดปากกันถ้าเอาจริงๆ เครฟิชทั้งหมดไม่ใช่มาจากอินโดอย่างที่เข้าใจครับเพราะจริงๆแล้วกว่าครึ่งของสายพันธุ์ที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นมาจาก ประเทศปาปัวนิวกินี (อ่านไม่ผิดหรอกครับ ปาปัวนิวกินี เป็นประเทศ) ซึ่งเป็นหมู่เกาะใหญ่ที่ติดกันซึ่งอยู่ติดกับอีเรียนจายาของอินโดนิเซียและอยู่ใกล้ๆกับประเทศ ออสเตรเลียครับ และในแทบนี้ก็ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีป่าและน้ำตกอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงชนเผ่าท่องถิ่นหลายร้อนชนเผ่า ภาษากว่า 800 ภาษา

แหล่งที่มาของกุ้งสีเครฟิช

ทีนี้เรามาว่าด้วยเรื่องของเครฟิชกัน เมื่อก่อนในจินตนาการณ์ผมก็ประมาณว่าอ่อคงเป็นคนทำประมงน้ำจืดไปทอดแหอะไรก็ว่าไป แหล่งจับก็คงเป็นแม่น้ำเหมือนบ้านเรานี้แหละ แต่ความเป็นจริงมันเป็นอะไรที่ลำบากกว่านั้นครับ ด้วยความที่ แผนดินรอยต่อของ2ประเทศ เป็นป่าเขตมรสุม มีฝนตกตลอด จึงมีแหล่งน้ำตกเป็นจำนวนมาก และก็มีชนเผ่าต่างๆเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้น การที่จะเข้าไปจับสัตว์น้ำนั้น จะอนุญาตเฉพาะกลุ่มคนพื้นที่ครับ การเดินทางไปจับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในแต่ละแหล่งจับ หากเราจะเข้าไปชม ต้องเดินทางด้วยเรือประมาณ 3-6 วัน กันเลยทีเดียวระยะเวลาเดินทางก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ เอาเป็นว่า ที่เราซื้อกันอยู่นี้ก็ดีกว่าลำบากไปจับเอง

ตัวอย่างโฉมหน้าชนเผ่าที่ไปจับเครฟิชมาให้เราเลี้ยง

ชนเผ่าปาปัว

กุ้งเครฟิช ขาสีเขียวทีนี้ก็มาสู่ เรื่องชื่อเรียกที่เรามักจะสับสนและถกเถียงกันครับ จริงๆแล้วคนปาปัว และ คนอินโดเค้าไม่ได้มานั่งแยกละเอียดยิบแบบบ้านเรานะครับ เค้าแยกแค่ว่า ขาสีเขียว มาจาก อีเรียนจายา ไม่ว่าหลังจะสีอะไรมันคือ อีเรียนจายา อีเรียนหลังเขียว อีเรียนหลังม่วงเช่นในรูปนี้เพื่อนผมที่อินโด เรียกกว่า อีเรียนจายา ทั้งคู่ครับเนื่องจากจับได้ในถิ่นเกาะอีเรียนจายาและขามีสีเขียว ส่วนรูปด้านล่างนี้ มีขาสีน้ำเงิน ซึ่งขาสีน้ำเงิน ส่วนมากจะมาจาก หมู่เกาะประเทศ ปาปัวนิวกินี ซึ่งบางทีเราจะเรียกกันว่าพวกบลูเลค ถ้าขาสีฟ้าสีน้ำเงินจะเรียก บลูมูนทั้งหมด

เครฟิช บูลมูลสีม่วง

และตัวในรูปหลังสีม่วงเพื่อนผมที่อินโดเรียกว่าบลูมูนแต่เป็นบลูมูนสีม่วงสีชมพูก็ว่ากันไป

เครฟิช บลูมูนสีเหลือง

นี้ก็เป็นอีก1รูปแบบของบลูเลค บางทีเค้าก็เรียกกันว่าบลูมูนสีเหลืองครับผม

ตามความเข้าใจของผม ด้วยความที่ชนพื้นเมืองมีภาษามากมาย การจะเรียกชื่อแต่ละชื่อเราก็ไม่แน่ในว่าชื่อไหนถูกต้องที่สุด ประมาณว่า ตัวเดียวกันเรียกชื่อไม่เหมือนกัน สมมุติง่ายๆ คำว่า สัปปะรดในภาคกลางเรา ในภาษาใต้เรียก ย่านัด หรือ ย่านนัด ภาคเหนือ มะนัด ภาคอีสาน บักนัด ซึ่ง สมมุติว่าภาษาใต้เป็นภาษาราชกาล เราคงเรียกสัปปะรด ว่า ย่านนัด เป็นภาษาทางการ นั้นล่ะครับคือหนึ่งในเหตุผลนึงที่ผมเข้าใจนะ แต่นั้นก็จะเกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มเครฟิชที่มีสรีระเดียวกันหรือกันเคียงกันครับ แค่ต่างกันที่เฉดสี ซึ่งส่วนตัวผมว่าก็เข้าใจง่ายดีนะครับ ถ้าเราจะเรียก พวกขาเขียวว่าอีเรียนจาย่า ไม่ว่าจะสีอะไรก็ใส่เติมไปด้านหลัง ส่วนขาฟ้า น้ำเงิน เราก็เรียกตามสี บลูเลค เหลือง บลูเลขชมพู บลูเลขน้ำเงิน อะไรก็ว่าไป ซึ่งในเครฟิชตัวอื่นๆ เช่น แอพพิคอท ม้าลาย แบล็คออเร้นจ์ทิป พวกๆนี้มีเอกลักษณ์เฉดสีที่แยะแยะได้ง่าย ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ


The enemies of the White-clawed crayfish by Sébastien GIRARD

จุดเริ่มต้นชื่อต่างๆเหล่านี้มาจากไหน มันก็เริ่มมาจากการที่นายหน้าจากประเทศสิงคโปร์ เข้าไปซื้อจากตลาดจากฟาร์มในทั้ง2ประเทศ หรืออาจจะประมาณว่า ปาปัว ส่งมาอินโด แล้วสิงคโปร์ก็ไปเหมาอีกที ทีนี้พอไปซื้อก็ไม่รู้จะเรียกอะไร จะเอาตัวนั้น ตัวนี้ ก็เลยต้องตั้งชื่อขึ้นมาเพื่อการค้า เพื่อที่จะสื่อสารระหว่างคนซื้อและคนขายให้เข้าใจตรงกัน ณ บัดนั้น ก็เลยเกิดการตั้งชื่อต่างๆขึ้น ซึ่งชื่อนั้นๆ บางชื่อก็สมมุติขึ้น มาเอง เรียกกันเอง ไม่ใช่ชื่อแท้จริงทางวิทยาศาสตร์ ต่อมา สิงคโปร์ก็ส่งเครฟิชออกไปยัง ยุโรป ทางยุโรปก็จะมีชื่อเรียกแปลกแยกออกไป ส่วนเครฟิชที่เข้ามาไทยประเทศไทยเราก็ตั้งชื่อในแบบไทยๆ เช่น แบล็คออเร้นจ์เทลล์....เราเรียกชื่อจากเอกลักษณ์ที่ตัวดำ หางส้ม แต่พอไปค้นหาใน GOOGLE ชื่อดังกล่าวก็ไม่สามารถหาแหล่งข้อมูลได้ และอีกหลายๆสายพันธุ์ อย่าว่าแต่หาข้อมูลเลย เราเองก็ไม่รู้จะเรียกอะไร

เนื้อหาที่เล่ามาวันนี้เป็นเรื่องเล่าเสียมากกว่าครับ จากประสบการณ์และการพูดคุย ประกอบกับจินตนาการณ์ ถึงความน่าจะเป็น อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้พี่ผมเล่า มาจากเพื่อนอินโดแค่คนเดียว ยังมีอีกเป็น100ล้านคนที่ผมไม่ได้คุย ซึ่งเค้าเหล่านั้นอาจจะมีข้อมูลอื่นๆอีกก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ผมของฝากให้เพื่อนๆ ลองไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมต่อยอดจากผมต่อไปเพื่อวงการเครฟิชจะได้มีข้อมูลใหม่ๆ มากขึ้นครับ

ปรึกษาผมได้ที่  https://www.facebook.com/P.K.Bluemoon กลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ https://www.facebook.com/groups/244217429014166/

กุ้งเครฟิช

 pkfarmily@hotmail.com

ภาคิณ

 
 

Tags : ปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท01/05/2018
ผู้เข้าชม4,306,303
เปิดเพจ5,780,696
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view