http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




ซาลาแมนเดอร์

godaddy web statistics

นานา สาระน่ารู้

คนที่รักการเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำสวยงามการได้เลี้ยงอะไรที่มันแหวกๆแปลกๆไปบ้างมันก็ถือเป็นอะไรที่สะใจกับชีวิตดีเหมือนกันสำหรับเด็กแนวๆหลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำอะไรดีล่ะที่มันแนว ถ้าอย่างนั้นผมขอแนะนำสัตว์เลี้ยงแปลกๆแนวๆได้ใจวัยรุ่นสักชนิดหนึ่งแล้วกันนะครับ

สำหรับสัตว์เลี้ยงตัวนี้จะบอกว่าเป็นปลาก็คงจะไม่ใช่ แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารัก (เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน) และดูกิ๊บเก๋หากเอามาอวดสาวๆว่าเค้ากำลังเลี้ยงเจ้าตัวนี้อยู่นะตัวเอง อาจจะทำให้สาวตกใจกรี๊ดสลบหรือโผเข้ามาซบในอ้อมอกของเรา(ฮา)

นอกเรื่องนอกราวกันไปเยอะแล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้ชื่อเสียงเรียงนามของพวกมันนั้นถือว่าเป็นสัตว์ในตำนานเลยทีเดียว เพราะนักเขียนในสมัยโบราณจะให้คำบรรยายถึงลักษณะอย่างเลอเลิศในฐานะ สัตว์ตำนาน (Bestiary) ของยุคกลาง และเมื่อไม่นานมานี้นักเขียนบางคนก็สรุปว่าเจ้าสัตว์ในตำนานชนิดนี้เป็นสัตว์ที่แตกต่างจากสัตว์ที่มีอยู่จริง ความคิดนี้แพร่หลายในหมู่ผู้ชื่นชอบสิ่งลี้ลับ แต่คำบรรยายของลักษณะรูปทรงของสัตว์ในตำนานคล้ายกับสัตว์ธรรมชาติ ที่มีรูปทรงคล้ายกิ้งก่า ซึ่งมักจะมีความเกี่ยวข้องกับไฟโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับธาตุไฟ  ซึ่งพวกมันเป็นสัตว์ที่ปรากฏในตำนานคลาสสิก ตำนานยุคกลาง และตำนานยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา และเป็นสัตว์ที่นิยมใช้กันเป็นเครื่องหมายในตราอาร์มหรือตราแผ่นดิน ซึ่งชื่อของพวกมันก็คือ คาเมนไรเดอร์ ผู้พิทักษ์คุณธรรม.... เฮ้ย...ไม่ใช่ครับที่จริงพวกมันคือ ซาลาเมนเดอร์ หรือจิ้งจกน้ำ สัตว์เลี้ยงในตำนานโบราณที่วันนี้พวกมันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่แปลกและแหวกสำหรับเด็กแนว

 

ซาลาแมนเดอร์

 

ลักษณะรูปร่างของซาลาแมนเดอร์

ส่วนมากซาลาแมนเดอร์มีขา 2 คู่ (4ขา) และมีหาง ลำตัวสั้นและมีกล้ามเนื้อลำตัวลักษณะเป็นปล้องเล็กน้อยบางครั้งอาจจะดูเหมือนเป็นเกราะ บางชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำมีลำตัวเรียวยาวและลดรูปของขา เช่น สกุล Amphiuma, Siren, Oedipina, Pseudobranchus ส่วนมากได้ลดรูปจำนวนชิ้นของกระดูกกะโหลก และตัวเต็มวัยมีขนาดแตกต่างกันมาก คือ ระหว่าง 3 เซนติเมตร จนถึงเกือบ 2 เมตร ตัวเต็มวัยมีบางส่วนอาศันอยู่บนบก แต่ผสมพันธุ์ในน้ำ แต่บางชนิดก็อาศัยและผสมพันธุ์กันบนบก หรืออาศัยอยู่แต่ในน้ำและผสมพันธุ์กันในน้ำ หรืออาศัยอยู่บนต้นไม้

ซาลาแมนเดอร์

ซาลาแมนเดอร์ไม่มีช่องหูชั้นกลางและไมมีแผ่นเยื่อแก้วหู โครงสร้างใช้รับฟังเสียงประกอบด้วยกระดูกคอลิวเมลลา และกระดูกโอเพอคิวลัม โครงสร้างทั้ง 2 นี้อาจเป็นกระดูกอ่อนหรือเป็นกระดูกและเชื่อมต่อกับหูชั้นใน กระดูกคอลิวเมลลาใช้รับฟังคลื่นเสียงในอากาศ ส่วนกระดูกโอเพอคิวลัมที่เชื่อมต่อกับกระดูกซูปราสคาพูลาของกระดูกหัวไหล่และกล้ามเนื้อใช้รับฟังคลื่นเสียงคลื่นความถี่ต่ำในอากาศและแรงสะเทือนบนพื้นดิน อย่างไรก็ตามซาลาแมนเดอร์ในหลายวงศ์ก็ไม่มีกระดูกโอเพอคิวลัมและหรือไม่มีกล้ามเนื้อ

ซาลาแมนเดอร์มีโครงสร้างทางผิวหนังเหมือนกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอันดับอื่น รวมทั้งมีต่อมเมือกและต่อมพิษใช้ป้องกันตัว ต่อมเมือกในหลายชนิดทำหน้าที่สังเคราะห์สารฟีโรโมนเพื่อใช้ดึงดูดเพศตรงข้ามในการเกี้ยวพาราสี ขณะที่ต่อมเมือกของบางวงศ์ซาลาแมนเดอร์และบางสกุลจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เช่น วงศ์ Plethodontidae และสกุล Notophthalmus การสืบพันธุ์มีทั้งแบบปฏิสนธิภายในและปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ตัววัยอ่อนมีรูปร่างเหมือนวัยรุ่นและตัวเต็มวัย แต่มีเหงือกและมีโครงสร้างของร่างกายบางประการที่เกี่ยวข้องกับการอาศัยอยู่ในน้ำอยู่ เช่น มีครีบหาง มีช่องเปิดเหงือก และไม่มีเปลือกตา ไม่มีกระดูกแมคซิลลา และโครงสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวหนังแตกต่างจากตัวเต็มวัย ซึ่งทั้งหมดนี้จะแปรสภาพเป็นของตัวเต็มวัยเมื่อวัยอ่อนเปลี่ยนรูปร่าง เพดานปากของวัยอ่อนแปรเปลี่ยนสภาพเมื่อเปลี่ยนรูปร่างเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในอันดับนี้นั่นเอง

การจำแนกชนิดและสายพันธุ์ของซาลาแมนเดอร์

 

ปัจจุบัน มีการอนุกรมวิธานซาลาแมนเดอร์ และนิวต์(ชื่อสามัญใช้เรียกซาลาแมนเดอร์ขนาดเล็ก) ออกเป็นวงศ์ทั้งหมด 10 วงศ์ (3 อันดับย่อย) ใน 68 สกุล และมีชนิดพันธุ์ประมาณ 580 ชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและในเขตอบอุ่นของยูเรเชีย แต่บางวงศ์ก็มีการกระจายพันธุ์ในทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง รวมถึงบางส่วนของทวีปแอฟริกาและเอเชียกลางตามแนวเทือกเขาหิมาลัยด้วย

สำหรับประเทศไทยของเราก็มีสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มของซาลาแมนเดอร์ด้วยเช่นกันนั่นก็คือ กะท่าง Himalayan newt ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Tylototriton verrucosus

เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลังชั้นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นสัตว์จำพวกนิวต์หรือซาลาแมนเดอร์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำซึ่งพวกมันเป็นซาลาแมนเดอร์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่พบได้ในประเทศไทย กระท่างนั้นได้รับฉายายว่า King salamander หรือ Emperor salamander เพราะเป็นที่ยอมรับของนักเลี้ยงสัตว์ว่าเป็นนิวต์ที่มีสีสันสวยงามที่สุดในโลกเชียวนะครับ

กระท่าง

(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

รูปร่างของกระท่างจะมีสีน้ำตาลคล้ำมีแต้มสีส้มเหลืองบนส่วนปากและปุ่มบนแผ่นหลังและหางสีส้มส่วนใต้ท้องสีออกส้มจนถึงสีน้ำตาลเหลืองลำตัวมีความยาวประมาณ13-15เซนติเมตร นิ้วเท้าหน้ามี 4 นิ้ว นิ้วเท้าหลังมี 5 นิ้ว มีลักษณะพิเศษคือเมื่อขาหรือหางขาดสามารถงอกใหม่ได้เช่นเดียวกับจิ้งจก กระท่างจะอาศัยในลำธารตามเชิงเขามีอาณาบริเวณแคบๆมีต้นไม้ใหญ่ เช่นยาง,ไทร,กระบาก,มะไฟ,มะกอกป่าและเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม

กระท่างในประเทศไทยพบอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเช่นที่ดอยอินทนนท์,ดอยเชียงดาว,ดอยสุเทพ,ดอยปุยและดอยอ่างขางในจังหวัดเชียงใหม่,ภูหลวงในจังหวัดเลย,น้ำตกแม่สุรินทร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและดอยภูคาในจังหวัดน่านโดยจะพบอยู่ในระดับสูง1,200-2,000เมตรในป่าดงดิบเขาส่ำหรับในต่างประเทศก็มีการพบกระท่างด้วยเช่นกัน เช่นที่ รัฐสิกขิม,พม่าตอนเหนือ,แคว้นฉานตอนใต้,ยูนานภาคตะวันตก และภาคเหนือของลาว

 

กระท่างจะผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม เมื่อโตเต็มวัยหรืออายุได้ 2 ปี พวกมันก็จะมารวมกลุ่มเพื่อการผสมพันธุ์กันตามแอ่งน้ำนิ่งตามลำธาร โดยตัวเมียจะวางไข่ติดอยู่กับพืชน้ำ ไข่มีสีเทาดำห่อหุ้มด้วยวุ้นใส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 มิลลิเมตร ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 16-20 วัน ที่อุณหภูมิประมาณ 19-20 องศาเซลเซียส และตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีเหงือกเป็นพู่เห็นได้ภายนอกจำนวน 3 คู่ ตัวอ่อนกินพวกลูกอ๊อดและแมลงน้ำเป็นอาหาร ใช้เวลาประมาณ 60 วัน จึงมีสภาพเหมือนตัวเต็มวัย

สำหรับกระท่างนั้นเมื่อตัวโตเต็มวัยจะมีสีสันที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์ โดยจะมีแต้มเป็นสีส้มสดบนลำตัวมองเห็นได้ชัดเจน แต่น่าเสียดายที่เวลานี้สถานะของกระท่างในประเทศไทย อยู่สภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

ดังนั้น กะท่าง จิ้งจกน้ำ หรือซาลาแมนเดอร์จึงถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่สวยงามและได้รับความนิยมพอสมควรในกลุ่มผู้ชื่อชอบสัตว์เลี้ยงแปลกๆหรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และในปัจจุบันในต่างประเทศก็มีการเพาะเลี้ยงซาลาแมนเดอร์เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่ชื่นชอบด้วย

แต่ในประเทศไทยผมไม่แน่ใจนะครับว่ามีใครได้เพาะเลี้ยงสัตว์ประเภทซาลาแมนเดอร์หรือกระท่างอย่างจริงจังหรือไม่ แต่หากว่ามีใครสนใจจะเพาะเลี้ยงพวกมันก็น่าทดลองดูเพราะนอกจากจะสามารถสร้างรายได้แล้ว ผมยังถือว่าเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ชนิดนี้ได้ด้วย เพราะถ้าไม่มีการเพาะเลี้ยงก็ไร้การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์เหล่านี้ เพราะผมมองไม่เห็นช่องทางว่าเราจะอนุรักษ์สัตว์เหล่านี้อย่างไรหากความเจริญของสังคมเมืองบุกรุกพื้นที่อาศัยของพวกมัน เพราะพวกมันก็จะล้มตายไปจนหมดสิ้น ยกเว้นแต่เราเพาะพันธุ์เพิ่มจำนวนพวกมันเพื่อเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสให้ลูกหลานได้เห็นพวกมันอีกครั้งในแบบตัวเป็นๆไม่ใช่จากรูปถ่าย...ไม่ดีกว่าหรือครับ?

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

www.Thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

**คลิกเพื่ออ่านบทความนานาสาระ**

Tags : ปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท01/05/2018
ผู้เข้าชม4,263,652
เปิดเพจ5,730,836
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view