http://www.thaifancyfish.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวสาร สาระ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 Fish for sale

 ประกาศขายสินค้าฟรี


Instagram

Google+
 

 




คุณภาพของน้ำในการเลี้ยงปลาสวยงาม

 

การเลี้ยงปลาสวยงาม

 

 

ปลาสวยงามหากใครกำลังสนใจจะเลี้ยงก่อนอื่นนั้นต้องทำการสำรวจตัวเองก่อนว่ามีความพร้อมหรือไม่ในการที่จะเลี้ยงเพราะปลาสวยงามนั้นแม้นเราจะเลี้ยงไว้ในบ่อหรือในอ่าง หากมองกันอย่างผิวเผินหลายคนคงคิดว่ามีพื้นที่มีน้ำแล้วพวกมันก็คงจะสามารถหา อาหารกินเองได้แต่ในความเป็นจริงปลานั้นต้องอาศัยแหล่งอาหารที่มากกว่านั้นเพราะ หากแหล่งอาหารมีไม่เพียงพอพวกมันก็จะอดตาย

 

คุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลาสวยงาม

 

ในธรรมชาติตามแหล่งน้ำจะประกอบด้วยวงจรชีวิตต่างๆที่มีความเหมาะสมและสร้าง สมดุลในห่วงโซ่อาหารของพวกมันแต่การเลี้ยงในสถานที่เลี้ยงนั้นการเกิดวงจรของห่วง โซ่อาหารจะไม่เพียงพอดังนั้นเราจึงจะสังเกตเห็นว่าปลาที่เลี้ยงตามบ่อหรือตู้ที่ขาดการ เอาใจใส่ปลาจะแคระแกรนไม่เติบโตปลาเราจึงต้องมีการให้อาหารกับปลาที่เลี้ยงด้วยในขณะเดียวกันการปล่อยให้สภาพน้ำภายในที่เลี้ยงได้เกิดวงจวงจรของห่วงโซ่อาหารก็จะช่วยให้ปลาเหล่านั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงและสวยงามวงจรของน้ำที่สมบรูณ์จึงไม่ได้หมายความถึงน้ำที่ใสสะอาดแต่หมายถึงน้ำที่มีสารอาหารครบถ้วนสำหรับการดำรงชีพและการเติบโตของปลาสวยงามนั่นเอง

 

คราวนี้หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าน้ำที่มีสมบรูณ์ต้องมีอะไรบ้างซึ่งผมจะขอพูดในภาพกว้างๆก่อนนะครับอย่างแรกที่ต้องมีก็คือออกซิเจนเพราะถ้าน้ำมีออกซิเจนต่ำปลาย่อมอยู่ไม่ได้และน้ำที่มีออกซิเจนก็ควรมีอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะคุณภาพของน้ำในบ่อปลาเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราการเจริญเติบโตการเกิดโรคและปรสิตการผสมพันธุ์วางไข่และการตายของปลาถ้าปลาได้อาศัยอยู่ในน้ำซึ่งมีคุณภาพดีมีความเหมาะสมต่อชนิดและขนาดของปลาก็จะทำให้ปลาดำเนินชีวิตได้เป็นปกติเจริญเติบโตดีปราศจากโรคและปรสิต

 

ดังนั้นการเลี้ยงปลาไม่ว่าจะเป็นปลาสวยงามหรือปลาเศรษฐกิจโดยมุ่งหวังจะให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงนั้นก็ควรคำนึงถึงการจัดการให้น้ำในบ่อในตู้เลี้ยงปลาให้มีคุณภาพดีและมีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลาเป็นสำคัญ แต่การที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ลงไปว่าคุณภาพน้ำอย่างไรจึงจะมีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงปลาหรือการผลิตปลาให้ได้ประสิทธิภาพสูงนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้แน่ชัดเพราะว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของปลานั้นมีมากมายหลายอย่าง เช่น อาหาร ความหนาแน่นของปลา พันธุ์ปลา การเกิดโรคและปรสิต สภาพภูมิอากาศ  คุณภาพของน้ำ  ฯลฯ

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าหากเราตัดปัจจัยอย่างอื่นให้เหลือเพียงแต่เรื่องคุณภาพของน้ำซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลา เพราะไม่มีน้ำก็เลี้ยงปลาไม่ได้ แต่เมื่อเราจะพูดถึงคุณภาพของน้ำว่าควรเป็นอย่างไร ก็อยากจะบอกว่าคุณภาพน้ำเองก็มีปัจจัยของน้ำด้วยซึ่งล้วนมีปัจจัยผันแปรหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง  เช่น ปริมาณก๊าซชนิดต่างๆที่อยู่ในน้ำ ปริมาณอนินทรีย์สารในน้ำ ปริมาณอินทรีย์สารในน้ำ ฯลฯ

เพราะความเหมาะสมของคุณภาพน้ำที่มีผลต่อการเลี้ยงปลาชนิดต่างๆนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาหาข้อมูลและประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงปลานั้นมีความ สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และ ชีวภาพของน้ำในบ่อปลา

 

และอีกสิ่งที่ผมจะเขียนถึงถึงคุณภาพของน้ำคือน้ำต้องมีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมโดยคุณสมบัติทางกายภาพของน้ำนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยดังนี้ครับ

 

1.อุณหภูมิที่เหมาะสม (Temperature)

 

ซึ่งเกิดจากแสงและแสงที่ทำให้เกิดอุณหภูมิในน้ำก็จะมาจากสองแหล่งคือ 1.แสงแดดโดยตรง 2.จากแสงสะท้อนหรือจากหลอดไฟในตู้เลี้ยง

 

คุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลาสวยงาม

แสงเมื่อส่องลงมาจะกระทบสิ่งเจือปนในบรรยากาศแล้วสะท้อนลงสู่พื้นผิวน้ำ แสงเมื่อกระทบพื้นผิวน้ำส่วนหนึ่งจะส่องทะลุผ่านลงไปในน้ำ ถ้าผิวน้ำเรียบ และมุมที่แสงทำกับ ผิวน้ำแคบ แสงจะส่องผ่านลงไปได้ลึก แสงอีกส่วนหนึ่งจะสะท้อนกลับ ปริมาณของแสงที่สะท้อนกลับนี้ ขึ้นอยู่กับมุมที่แสงตกกระทบกับผิวน้ำ ชนิดของแสง ลักษณะของพื้นผิวน้ำ และสภาพของท้องฟ้า แสงส่วนที่ส่องผ่านลงไปในน้ำ ส่วนมากถูกดูดกลืนโดยน้ำ ส่วนที่เหลือจะแพร่กระจายในน้ำ แสงส่วนที่ถูกดูดกลืนจะเปลี่ยนรูปจากพลังงานแสงเป็นพลังงานความร้อน พลังงานความร้อนเมื่อสะสมอยู่ในน้ำมากพอ ก็จะทำให้น้ำร้อนขึ้นหรืออุณหภูมิสูงขึ้น และลมจะทำให้เกิดคลื่นน้ำซึ่งช่วยให้ความร้อนที่น้ำดูดกลืนไว้กระจายไปทั่วบ่อเลี้ยงหรือตู้ปลาของเรานั่นเอง

 

และผลของแสงทำให้เกิดอุณหภูมิในน้ำและอุณหภูมินี่ล่ะครับที่จะส่งผลกระทบกับปลาหรือสัตว์น้ำโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้หากเราเลี้ยงปลาไว้ในพื้นที่เปิดโล่งอุณหภูมิของน้ำก็จะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาลในแต่ละพื้นที่ และนอกจากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระดับน้ำในการเลี้ยงด้วยความเข้มของแสงที่มาสัมผัสกับน้ำ ระดับความลึก ประมาณสารแขวนลอยหรือความขุ่นของน้ำ ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน สำหรับประเทศไทยอุณหภูมิจะผันแปรในช่วง  23 ถึง 32 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ดังนั้นเมื่อเราเลี้ยงปลาจึงควรระมัดระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เนื่องจากปลาเป็นสัตว์เลือดเย็นพวกมันจึงจะทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ในช่วงแคบๆและจำกัด ซึ่งไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่เหมือนสัตว์เลือดอุ่น  ร่างของสัตว์น้ำจะเปลี่ยนแปลงไป ตามอุณหภูมิของน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มันอยู่อาศัย  แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ปลาจะทนทาน ต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในช่วงจำกัดเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นกิจกรรมต่างๆในการดำรงชีวิตจะสูงขึ้น  และเมื่ออุณหภูมิลดลง กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นก็ลดลงไปด้วย  ซึ่งเป็นไปตามตามกฎของแวนฮอฟท์ (Van Hoff’s Law) ซึ่งกล่าวว่าอัตราขบวนการเมตาโบลิซึม (Metabolic rate) ของสิ่งที่มีชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 – 3 เท่า เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น10 องศาเซลเซียส และลดลงในทำนองเดียวกัน

 

ขบวนการเมตาโบลิซึมที่สำคัญ ได้แก่  การหายใจ   การว่ายน้ำ   การกิน   การย่อยอาหาร  การขับถ่าย  การเต้นของหัวใจเป็นต้น อย่างไรก็ตามอัตราของกิจกรรมเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในปลาแต่ละชนิดซึ่งขึ้นอยู่กับขบวนการทางชีวะเคมีภายในร่างกาย และสภาพแวดล้อม ปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าจะมีอัตราทางเมตาโบลิซึมน้อยกว่าปลาชนิดเดียวกันที่มีขนาดเล็กกว่า ความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำของปลาจะขึ้นอยู่กับชนิดขนาดและอายุของปลา ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ความคุ้นเคยของปลาและมลภาวะของน้ำเป็นต้น  

 

คุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลาสวยงาม

 

โดยทั่วไปลูกปลาและปลาขนาดใหญ่สามารถอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำได้ในช่วงกว้างกว่าตัวอ่อน ปลาไม่สามารถทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำอย่างกะทันหันดังนั้นในการเคลื่อนย้ายปลาจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันจึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะต้องให้ปลาค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างช้าๆ โดยเฉพาะเวลานำปลาจากที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าไปยังที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะมีผลรุนแรงมากกว่าการนำจากที่อุณหภูมิสูงไปยังอุณหภูมิต่ำ Alabaster และ Lloyd(1982)รายงานว่า ถ้าเพิ่มอุณหภูมิของน้ำจาก 200C จนถึง 300C อัตรารอดของปลาไนมีค่าสูงกว่าการลดอุณหภูมิของน้ำจาก300C เหลือ 200C

 

นอกจากนี้อุณหภูมิยังมีอิทธิพลต่อการละลายของก๊าซชนิดต่างๆในน้ำอีกด้วย เช่น ก๊าซออกซิเจน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายน้ำได้มากขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำลดต่ำลงและอุณหภูมิมีอิทธิพลต่อการเน่าสลายของสารอินทรีย์การละลายของเกลือแร่ในน้ำอุณหภูมิสูงการเน่าสลายและการ ละลายของเกลือแร่ก็เกิดขึ้นได้สูงนอกจากนั้นแล้วอุณหภูมิยังมีอิทธิพลต่อ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งเป็นอาหารของปลาโดยเฉพาะแพลงตอนพืชมีการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนในปริมาณที่ต่างกันบางชนิดชอบอาศัยอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำ เช่นพวกไดอะตอม (Diatom) สามารถเจริญได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 15 – 25 องศาเซลเซียส สาหร่ายสีเขียว (Green algae) ชอบอาศัยอยู่ในอุณหภูมิระหว่าง 25 – 35 องศาเซลเซียส สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue green algae) ชอบอาศัยอยู่ในอุณหภูมิสูง ประมาณ 35 องศาเซลเซียส หรือมากกว่า


หรับปัจจัยของคุณภาพน้ำยังมีอีกแต่ครั้งนี้เขียนเท่านี้ก่อนครับเดี๋ยวมันจะยาวเกินไปเอาไว้ครั้งต่อไปผมจะมาเพิ่มเติมเรื่องนี้ให้ทราบกันอีกครั้งครับ

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

www.Thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

 ** อ่านบทความการเลี้ยงปลาสวยงาม **

** พื้นที่โฆษณา การเลี้ยงปลาสวยงาม ขนาด 480 x 80 เพียง 200/เดือน **

สนใจ ติดต่อสอบถาม 081-4975227 หรือ Thaifancyfish@gmail.com

 

Tags : ปลาสวยงาม สารคดีปลาสวยงาม

view

สถิติ

เปิดเว็บ26/10/2009
อัพเดท01/05/2018
ผู้เข้าชม4,263,610
เปิดเพจ5,730,794
ฟาร์มปลาทองรายแรกในบ้านโปร่งราชบุรี

โรงเรียนสอนศิลปะและคอมพิวเตอร์กราฟิก Art For Fun



 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

รวมรูปภาพ

ลงประกาศขายสินค้า

 ติดต่อเรา

[close]
view